ส่วนนำ
ส่วนนำก็คือย่อหน้าแรกของเรียงความนั่นเอง โดยทั่วไปส่วนนี้จะเป็นส่วนที่เราควรจะกล่าวอะไรโดยกว้าง ๆ (แต่ไม่ควรกว้างเกิน) เพื่อจะนำไปสู่การเกริ่นสู่การเข้าเนื้อหา อันที่จริงแล้วแม้จะนิยมเขียนกันแค่ย่อหน้าเดียวในส่วนนี้ แต่บางกรณีก็มีการเขียนมากกว่าหนึ่งย่อหน้าเหมือนกัน (แต่ไม่เกินสองย่อหน้า) หากว่าข้อมูลที่จำเป็นต่อการเข้าเนื้อหาหลักของตัวเรียงความมีเยอะมาก เมื่อนำเรื่องมาจนถึงจุดที่เราจะเข้าเนื้อหาแล้วก็ให้เขียนสิ่งที่เรียกว่า “Topic sentence” ซึ่งก็คือประโยคที่จะนำเราเข้าไปสู่ย่อหน้าต่อไปซึ่งเป็นส่วนเนื้อหาหลักๆ นั่นเอง (โดยที่ไม่จำแป็นต้องอยู่ในส่วนเริ่มต้นของย่อหน้าแรกก็ได้)
เนื้อหา
ส่วนเนื้อหานี้จะมีกี่ย่อหน้าก็แล้วแต่ปริมาณข้อมูลหรือประเด็นที่ต้องการนำเสนอ แต่ส่วนใหญ่แล้วเรียงความขนาดธรรมดา สั้นๆ จะมีไม่เกินสี่ย่อหน้า สิ่งที่สำคัญของการเขียนส่วนที่สำคัญที่สุดของงานนี้ก็คือเราจะต้องแบ่งแยกประเด็นให้ดี ไม่เอาประเด็นใดไปรวมกับประเด็นใด ๆ ให้ปะปนและผู้อ่านจะไม่เข้าใจสิ่งที่เราต้องการจะสื่อได้ ทางที่ดีให้แบ่งประเด็นออกให้ชัดเจน และเขียนถึงเนื้อหาของแต่ละประเด็นไล่เป็นย่อหน้าไปจนครบทุกประเด็น
ส่วนสรุป
ส่วนสรุปนี้ก็สำคัญเหมือนกัน เพราะว่าการจะสรุปเรียงความนั้นมันจะขึ้นอยู่กับว่าเราเขียนเรียงความที่มีจุดประสงค์เช่นไร เรียงความของเราเป็นเรียงความประเภทบรรยายเฉยๆ เป็นเรียงความประเภทโต้แย้ง หรือเป็นเรียงความประเภทโน้มน้าว เพราะเรียงความในแบบต่างๆ นั้นมีลักษณะการจบ (conclude) บทความไม่เหมือนกัน การบรรยายธรรมดาอาจจบด้วยการแสดงประเด็นของเรารวบๆ อีกครั้งก็ได้ แต่การโน้มน้าวนั้นจำเป็นต้องจบให้มีน้ำเสียงชักนำและปลุกความสนใจของผู้อ่าน ส่วนเรียงความประเภทโต้แย้งนั้นเราจะต้องย้ำความแตกต่างของประเด็นของเราและประเด็นที่เราต้องการโต้แย้งอีกครั้งนั่นเอง
อ่านเพิ่มเติม: องค์ประกอบของย่อหน้ามีอะไรบ้าง?
การเขียนเรียงความนั้นเป็นการเขียนที่มีหลายรูปแบบ หลายจุดประสงค์ และเป็นการเขียนชนิดที่สำคัญ จะดูว่าเรามีความสามรถทางภาษาได้ดีมากน้อยเพียงใดก็จะขึ้นอยู่กับการเขียนบรรยายออกมายาวๆ นี่เอง ลองพิจารณาองค์ประกอบเหล่านี้ดูก่อนจะลงมือเขียนกันนะคะ เพื่อที่งานเขียนของเราจะได้เป็นระเบียบ (organized) และสื่อสารได้ตรงจุดอย่างที่เราต้องการ

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น